โปรโมทเว็บไซต์
กางเกงยีนส์ปลีกส่ง
idolcute.com
idolcute.com

sub งานประจำ


เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการทำร้านค้าออนไลน์ วิธีโปรโมท การโพสโฆษณาสินค้าให้ประสบความสำเร็จ
โปรโมทเว็บไซต์ให้ดังทำอย่างไร

 

login สมาชิกเข้าระบบ

หากเข้าระบบไม่ได้อาจเพราะ
1. ยังไม่ได้เป็นสมาชิกกับเรา
2. ถูกระงับการใช้งาน เนื่องจากทำผิดกฎ ที่พบมากที่สุดคือผู้ที่โพสเพื่อปั่นประกาศ โดยโพสโฆษณาที่เหมือนกันมากกว่า 2 ประกาศขึ้นไป
3. กรอกข้อมูลไม่ถูกต้อง

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ผู้สนับสนุน

 
เว็บไซต์แนะนำ

การโปรโมทเว็บไซต์ถือเป็นพื้นฐานก้าวแรกหลังจากที่เว็บไซต์ของคุณถูกสร้างขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ การเพิ่มเว็บเข้าสู่สารบัญเว็บไซต์จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีการเชื่อมต่อจากเว็บของเราไปสู่เว็บของคุณ ผลพลอยได้แบบยั่งยืนจะตกอยู่กับเว็บไซต์ของคุณตราบนานเท่านาน ข้อดีของการเพิ่มเว็บเข้าสารบัญเว็บไซต์นั้นนอกเหนือจากประโยชน์เพื่อให้ผู้ชมได้ค้นหาเว็บไซต์แล้ว ประโยชน์ของมันคือการทำให้เว็บไซต์ของคุณมีคะแนนความน่าเชื่อถือที่สูงขึ้นจากการค้นหาของ search engine ต่างๆ อาทิเช่น google เข้าร่วมโปรโมทเว็บกับเราโดยเพิ่มรายชื่อเว็บของคุณสู่ 50 เว็บไซต์คลิกที่นี่
  ประกาศพิเศษจาก NNplaza.com  

โปรโมทเว็บอย่างไรเพื่อให้คนเข้าเว็บมากๆ หนึ่งในคำตอบที่สำคัญก็คือการโปรโมทเว็บด้วยการเพิ่มลิงค์ไปยังเว็บต่างๆ แน่นอนค่ะของแบบนี้ยิ่งทำได้มากยิ่งดีกับเว็บของเรา การเพิ่มลิงค์ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการโปรโมทเว็บ เปรียบได้กับการที่เว็บไซต์เป็นบ้านหลังหนึ่งที่จำเป็นต้องมีทางเข้าบ้านหลายๆทางเพื่อให้คนเข้ามาเยี่ยมเยือนได้อย่างสะดวก การโปรโมทเว็บกับ Thaigetlink.com ทำแล้วเหมือนเป็นการเพิ่มช่องทางให้คนเข้าบ้านของเราได้ง่ายขึ้นอีกทั้งบริการของที่นี่มีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับผลที่ได้ในระยะยาวไม่มีที่สิ้นสุด ดิฉันได้สมัครใช้บริการกับ Thaigetlink หลายต่อหลายเว็บค่ะพอใช้ดีเลยแนะนำเพื่อนๆได้ลองใช้ด้วยก็ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจเลยค่ะ
คุณ ธนาภรณ์ (ผู้ให้บริการด้าน SEO หนึ่งในลูกค้าประจำของ ThaiGetLink.com)
     
  ประกาศโฆษณาจากสมาชิก NNPlaza.com  
 

idolcute.com

บทวิเคราะห์ฟอเร็กซ์และคริปโตเคอเรนซี ประจำวันที่ 6 พฤษภาคม - 12พฤษภาคม 2019

รายละเอียดประกาศ :

แสดงซ่อน

วันที่ 29 มีนาคมปีนี้เป็นวันที่ธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศเริ่มบังคับใช้กฎกติกาใหม่รอบสุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญบางท่านเชื่อว่าการกลับมาของทองคำในฐานะสื่อกลางเงินจะช่วยยุติการผูกขาดโดยสิ้นเชิงของค่าเงินดอลลาร์ ตามคำทำนายของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจอ่อนค่าลง 40% ภายในเดือนธันวาคมและสูญเสียมูลค่าในต้นปีถัดไป


สามเหตุการณ์ที่สะเทือนโลกแห่งทองคำ

ตั้งแต่ปี 1879 ระบบการเงินสหรัฐฯ ตั้งอยู่บนฐานที่เรียกว่า “มาตรฐานทองคำ” ซึ่งปริมาณธนบัตรเงินสัมพันธ์กับปริมาณทองคำสำรองในประเทศ และเงินจำนวน $20 สามารถแลกเปลี่ยนเป็นทองคำตามน้ำหนักทรอยออนซ์ได้ทุกเมื่อ

55 ปีต่อมา ในปี 1934 ประธานาธิบดีแฟรงก์ลิน โรสเวลต์ ของสหรัฐฯ ได้อนุมัติกฎหมายสงวนทองคำ โดยตามกฎหมายฉบับนี้ การครอบครองทองคำโดยปัจเจกบุคคลถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและทองคำทั้งหมดจะต้องถูกขายคืนให้กับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หนึ่งปีต่อมา เมื่อทองคำทั้งหมดถูกโอนจากการครอบครองโดยเอกชนไปยังรัฐบาล ประธานาธิบดีโรสเวลต์ได้ปรับราคาขึ้นกว่า 70% เป็น $35 ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งส่งผลให้มีการพิมพ์ธนบัตรเพิ่มขึ้น

ราคาทองคำยังคงเสถียรภาพในอีกสี่ทศวรรษถัดมา โดยรักษาราคาอยู่ที่ประมาณ $35 จนกระทั่งช่วงต้นปี 1970 เมื่อประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ตัดสินใจประกาศเลิก “มาตรฐานทองคำ” โดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นมาตรการที่ปลดแอกรัฐบาลทำให้รัฐบาลสามารถสั่งพิมพ์เงินกระดาษได้อย่างไม่จำกัด และราคาทองคำก็ยุติสถานะเป็นเงิน ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

และในฤดูใบไม้ผลิปี 2019 สื่อต่างๆ ได้ประกาศข่าวที่จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ปฏิวัติวงการ เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมากำหนดให้เป็นวันเริ่มต้นของกฎกติกาใหม่ ซึ่งทองคำได้กลายเป็นสินทรัพย์ชั้นหนึ่งเช่นเดียวกับเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลอีกครั้ง

กฎกติกาดังกล่าวบังคับใช้โดยธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ (BIS) และเรียกมาตรฐานนี้ว่า “Basel III Standard” (ตามชื่อสถานที่ตั้งของธนาคาร BIS ที่เมืองบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์) ทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางท่านเชื่อว่าทันทีที่ทองคำกลับมาสู่สถานะเงิน ทองคำจะกลายเป็นสกุลเงินอันดับหนึ่งและจะเขี่ยเงินดอลลาร์ที่เปราะบางออกจากตลาด เนื่องด้วยการแลกเปลี่ยนเงินกับทองคำนั้นไม่ขึ้นอยู่กับคลังสหรัฐฯ อีกต่อไปแต่จะขึ้นอยู่กับธนาคารต่างๆ โดยตรง พวกเขาจึงเริ่มกว้านซื้อทองคำอย่างแข็งขันเพื่อรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพในช่วงที่ระบบเงินดอลลาร์จะทรุดตัว โดยตามคำทำนายของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มองว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะทรุดตัวกว่า 40% ภายเดือนธันวาคมนี้และจะสูญเสียมูลค่าทั้งหมดภายในต้นปีถัดไป
นิยายไซ-ไฟหรือเรื่องจริง: 155,000 USD ต่อออนซ์?

- แล้วเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา? คำถามนี้เป็นคำถามถึงนายจอห์น กอร์ดอน นักวิเคราะห์ชั้นนำจากบริษัทโบรกเกอร์ NordFX

- นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น - เขาชี้ไปที่กราฟ - แทนที่ราคาจะพุ่งทะยานขึ้น หนึ่งวันก่อนหน้านั้นราคาทองคำกลับปรับลดกว่า 8% ผมคิดว่ามันยังเป็นเรื่องที่เร็วเกินไปที่จะพูดถึงวันสิ้นสุดของเงินดอลลาร์ สิ่งที่ควรคำนึงคือ แม้ธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศจะเป็นศูนย์รวมธนาคารกลางมากกว่า 60 แห่งจากประเทศต่างๆ เอกสารที่บังคับใช้ดังกล่าวเป็นเพียงคำแนะนำมากกว่าพันธกรณีที่ต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้ แหล่งข่าวบางแห่งอ้างว่าการตัดสินใจในการปรับมูลค่าของทองคำและวันที่เริ่มบังคับใช้กฎนี้ไม่ใช่ผลการตัดสินใจจากที่ประชุมของธนาคาร BIS แต่เป็นเพียงการตัดสินใจโดยกลุ่มธนาคารใหญ่เพียงกลุ่มเล็กๆ ซึ่งได้แก่ ธนาคารเฟ็ดสหรัฐฯ ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางเยอรมนี ธนาคารกลางอังกฤษ และฝรั่งเศส โดยที่ประเทศผู้นำเข้าทองคำหลักอย่างจีน อินเดีย รัสเซีย หรือญี่ปุ่น ก็ไม่ได้เข้าร่วมในการตัดสินใจดังกล่าว

“เพื่อให้ทองคำกลายเป็นเงินที่มีมูลค่าอีกครั้ง” นักวิเคราะห์จาก NordFX อธิบายต่อ “จำเป็นจะต้องมีการกำหนดดุลยภาพให้กับทองคำ อย่างน้อยกับสกุลเงินชั้นนำหลักของโลกอย่างตายตัว

มาลองคำนวณง่ายๆ กัน ราคาทองคำตอนนี้อยู่ที่ $1280 ต่อออนซ์ หรือประมาณ $41 ต่อกรัม และลองคำนวณว่าทองคำจะมีราคาเท่าไรหากเราเริ่มกำหนดดุลยภาพระหว่างค่าเงินดอลลาร์กับปริมาณทองคำสำรองในสหรัฐฯ ตามข้อมูลของปี 2018 ปริมาณทองคำสำรองสหรัฐฯ อยู่ที่ 8,133.5 ตัน และปริมาณเงินดอลลาร์รวมถึงเงินฝากธนาคารอยู่ที่ $40 ล้านล้านดอลลาร์ เมื่อเรานำมาหารกันจะพบว่าราคาทองคำต่อกรัมจะอยู่ที่ $5000 หรือ $155,500 ต่อทรอยออนซ์ ซึ่งสูงกว่าราคาทองคำในปัจจุบันถึง 120 เท่า

หนี้ประเทศของสหรัฐฯ มากกว่า $22 ล้านล้านดอลลาร์ และเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าจะอะไรเกิดขึ้นหากมีเจ้าหนี้บางส่วนเริ่มเรียกร้องให้เปลี่ยนการชำระหนี้เป็นเงินทองคำแทนเงินกระดาษ

“ผมคิดว่าแม้การคำนวณจะดูหยาบๆ” กล่าวสรุปโดยนายจอห์น กอร์ดอน “การคำนวณเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการหวนเวลากลับไปกว่าร้อยห้าสิบปี ในยุคที่เงินดอลลาร์ ปอนด์ รูเบิล หรือมาร์ค ขึ้นกับปริมาณทองคำสำรองประเทศนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย”
ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นอื่นว่าอย่างไร

สมาคมโลหะมีค่าลอนดอน (สมาคมตลาดทองคำลอนดอน หรือ LBMA) ทำการสำรวจนักวิเคราะห์ 30 คน โดยขอให้นักวิเคราะห์ทำนายราคาทองคำสำหรับปี 2019 หากคุณนำความเห็นของนักวิเคราะห์เหล่านี้มาเฉลี่ยดู คุณจะเห็นว่ามีการพูดถึงการเติบโตของราคาเพียงแค่ 1.8% อย่างไรก็ตาม 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่าในช่วงใดช่วงหนึ่งของปีนี้ ราคาทองคำอาจขยับถึงหรือเกินระดับ $1,400 ต่อออนซ์

คำทำนายที่ดูสดใสมากที่สุดเป็นของนาย Eddie Nagao จาก Sumitomo ที่ทำนายราคาไว้ที่ $1,475 เขามองว่าทองคำจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่เป็นที่โปรดปรานของสถาบันการเงินและนักลงทุนในภาคเอกชน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐฯ ที่กำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ที่ทำนายแนวโน้มในแง่ลบเป็นของนาย Adam Williams จาก Fastmarkets MB (Metal Bulletin) โดยเขาเชื่อว่าราคาจะขยับลงต่ำกว่า $1,200 โดยตามสภาพตลาดหมี ทองคำเคยเป็นปัจจัยการตัดสินใจให้กับนักลงทุนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2018 - กุมภาพันธ์ 2019 แต่ในกรณีที่มีการสรุปข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนอย่างสำเร็จ ความต้องการในการถือสินทรัพย์ลี้ภัยอย่างทองคำจะลดลงอย่างรวดเร็ว และราคาก็จะปรับตัวลดลง

หากเราพูดถึงคำทำนายระยะยาว นาย Gary S. Wagner นักวิเคราะห์และผู้ผลิตจากหนังสือพิมพ์รายวัน The Gold Forecast ให้ภาพสถานการณ์ที่ดูน่าสนใจ เขาประเมินว่าตลาดกระทิงหลักล่าสุดเริ่มต้นเมื่อช่วงปลายปี 2015 โดยราคาปรับตัวขึ้นไปที่ $1,040 และคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะพยายามทดสอบระดับสูงสุดของปี 2011 อีกครั้ง โดยราคาน่าจะขยับถึง $2,070-2,085 ต่อออนซ์ภายในปี 2020


ราคา : 0.00 บาท

จังหวัด : กรุงเทพมหานคร

ติดต่อ :

คุณ : นิภาพร
อีเมล์ : tom18846@hotmail.com
โทร :
จังหวัด :

ประกาศที่ท่านได้อ่านนี้ ถูกโพสโดยสาธารณะชน ทางเว็บไซต์ไม่มีส่วนรู้เห็น หรือร่วมรับผิดชอบต่อข้อความใดๆของบุคคลดังกล่าว การซื้อขายที่เกิดขึ้น ผู้ซื้อควรตรวจสอบหรือนัดดูสินค้าก่อนที่จะจ่ายเงินให้กับผู้ขาย บริการที่อยู่ในการดูแลและรับผิดชอบของ NNplaza.com มีเพียงบริการโปรโมทเว็บของ ThaiGetLink.com เท่านั้น


ข้อมูลประกาศ :

ความต้องการ : แนะนำ
สภาพ : สินค้าใหม่
ลงประกาศเมื่อ : 07/05/2562
อัพเดตล่าสุด : 07/05/2562
วันหมดอายุ : 14/05/2562
IP : 103.4.xx.xxx
จำนวนคนดู : 30

ประกาศอื่นๆ ของเจ้าของประกาศนี้ :แสดงซ่อน